“สวดมนต์ข้ามปี” กิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนไม่น้อย
Dec28

“สวดมนต์ข้ามปี” กิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนไม่น้อย

ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง หลายคนคงเตรียมวางแผนเดินทางหรือกำลังมองหากิจกรรมที่จะทำส่งท้ายปี มีหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนไม่น้อยนั่นคือ “การสวดมนต์ข้ามปี” แฟ้มภาพ เพื่อการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดีๆ และเป็นมงคลต่อชีวิต ทีมเว็บไซต์ สสส. จึงขอแนะนำสถานที่สวดมนต์ข้ามปี 2559 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาฝากค่ะ กรุงเทพมหานคร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในวัดต่างๆ กว่า 50 แห่ง เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร , วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร , วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร , วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน , วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร , วัดยานนาวา เขตสาธร , วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ,วัดราษบูรณะ โดยทุกวัดจะมีการจัดกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา ฟังพระธรรมเทศนา และร่วมเจริญพระพุทธมนต์ ลั่นฆ้องชัยต้อนรับปีใหม่ และในปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ส่งเสริมให้ “วัดอรุณราชวราราม” เป็นเอกลักษณ์ไทยสู่สายตาอาเซียน โดยมีกิจกรรมการแสดงแสง สี เสียง จนถึงเวลา 22.00 น. และตามด้วยกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี สำหรับบริเวณท้องสนามหลวง ก็ได้จัดกิจกรรม “สุขกายสุขใจ สวดมนต์ข้ามปี ทำดีร่วมกัน” โดยได้อัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตร จากหอพระภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ไปตามเส้นทางต่าง ๆ และอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑปมณฑลพิธีท้องสนามหลวงในเวลา 16.00 น. ให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลรับเทศกาลปีใหม่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี 2559” ภายใต้คำขวัญ “สวดมนต์ข้ามปี ชีวีสดใส เชียงใหม่ร่วมใจ เทิดไท้ราชันย์” ในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ถึง 1 ม.ค. 2559 ณ วัดต่างๆ ในเชียงใหม่ โดยมีวัดศูนย์กลางกิจกรรม 6 แห่ง คือ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร , วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร , วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร , วัดสวนดอก พระอารามหลวง , วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร และวัดท่าตอน พระอารามหลวง จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ และวิถีธรรม 4 ศาสนา” ในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ณ วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) อ.เมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเชียงราย จัดงานสวัสดีความสุข ต้อนรับปีท่องเที่ยววิถีไทย และสวดมนต์ข้ามปี ในบริเวณต่างๆ อาทิ  วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว วัดพระธาตุผาเงา วัดเจดีย์หลวง และริมทะเลสาบไร่เชิญตะวัน ตำบลห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ที่จัดโดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย  ภายใต้โครงการส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ พุทธศักราช 2559 มีการเทศน์ปุจฉาวิสัชนา พระสงฆ์ไทยและพระสงฆ์จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อสานสัมพันธไมตรีกับอาเซียนและนานาชาติ ในมิติพุทธศาสนา ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี ในโครงการตามรอยศรัทธามหากุศล” ณ พระอุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมรับฟังพุทธประวัติและอานิสงส์แห่งการสวดมนต์ การฟังเทศน์มหาชาติประกอบการแสดง นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว 12 เดือน พร้อมทั้งการฟังพระธรรมเทศนา จังหวัดสมุทรปราการ ที่เมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จัดงานส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ” มีกิจกรรมฟังเทศน์มหาชาติ – สวดมนต์ข้ามปี จังหวัดอ่างทอง จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  อธิษฐานจิตเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้เกิดความสามัคคีในสังคม ดำรงพระศาสนา และเสริมดวงให้บ้านเมืองยังคงอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยเริ่มตั้งแต่ เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป โดยมีวัดที่เข้าร่วมอาทิ วัดจันทรังษี,วัดต้นสน,วัดป่าโมกวรวิหาร,วัดไชโยวรวิหาร,วัดนางในธัมมิการาม,วัดท้ายย่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี จัดงานสวดมนต์ข้ามปี ณ วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) ในวันที่ 31 ธันวาคม 2556 – 1 มกราคม  เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป จังหวัดร้อยเอ็ด จัดงานสวดมนต์ข้ามปี ทำความดีรับปีใหม่ 2559 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยการร่วมทำสมาทาน ศีล สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจะเป็นสิริมงคล ตนเองและครอบครัวและสังคม ณ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดหนองคาย จัดงาน“สวดมนต์ข้ามปีทั่วไทย สุขใจได้ทุกวัด ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ วิถีธรรม” เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและแผ่นดิน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช  จัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปีบูชาพระบรมธาตุ และทำบุญให้ทานไฟ” จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต โดยจัดขึ้น ณ ตั้งแต่เวลา 17.30 น.ของวันที่ 31 ธ.ค. 2558 จังหวัดตรัง อ.เมืองตรัง จัดโครงการสวดมนต์ข้ามปี ทำความดีรับปีใหม่ ที่วัดสาลิการาม  เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ โดยการร่วมสมาทาน ศีล สวดมนต์ และเจริญจิตภาวนา ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จังหวัดสงขลา เทศบาลเมืองสะเดา ร่วมกับสำนักสงฆ์วิเวกวนาศรม หมู่บ้านตัวอย่าง จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี สวัสดีความสุข ต้อนรับปีใหม่ ณ พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ทั้งนี้ สามารถค้นหารายชื่อวัดที่เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีใกล้บ้าน ได้ที่  www.dra.go.th/th/newyearprayer   ที่มา : thaihealth.or.th 418 total views, 2 views...

Read More
ไม่ต้องไปไกล ที่เที่ยวในเมืองไทย สวยไม่แพ้เมือนอก
Aug18

ไม่ต้องไปไกล ที่เที่ยวในเมืองไทย สวยไม่แพ้เมือนอก

ทริปเที่ยวเมืองไทยสุดคุ้มสบายกระเป๋า แต่ได้ฟิลลิ่งและบรรยกาศคล้ายเมืองนอกเป๊ะ! จะมีที่ไหนบ้างน้า? อยากรู้มาดูกันเล้ย!  1. อินเดียในเมืองไทย: มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี สำหรับคนที่หลงใหลในเสน่ห์ของทัชมาฮาล อนุสาวรีย์แห่งความรักในอินเดีย ลองล่องใต้ลงปัตตานีบ้านเรา คุณจะได้พบกับ ‘มัสยิดกลาง’ ที่ถอดแบบจากวิหารทัขมาฮามาลมาได้อย่างเหมือนเป๊ะ! ถึงแม้จะไม่ใช่อนุสรณ์แห่งความรักเหมือนต้นฉบับ แต่ที่นี่ก็เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมทุกคน แถมยังได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘มัสยิดที่งดงามที่สุดในประเทศไทย’ อีกด้วยนะคะ 2. มัลดีฟส์ในเมืองไทย: เกาะพยาม จังหวัดระนอง ถ้าพูดถึงทะเล ร้อยทั้งร้อยต้องยกให้ ‘มัลดีฟส์’ เป็นอันดับต้นๆอย่างแน่นอน แต่ก็นะ…ที่สวยๆแบบนี้ราคาก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ซึ่งหากคุณกำลังทรัพย์จางล่ะก็…ลองมาที่นี่แทนดูมั้ยคะ ‘เกาะพยาม’ จังหวัดระนอง ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘มัลดัฟส์เมืองไทย’ เลยทีเดียวนะ เพราะน้ำทะเลสีเขียวสะอาดใสเหมือนกระจก รอบล้อมด้วยรีสอร์ทที่ตั้งอยู่กลางทะเลในบรรยากาศแบบธรรมชาติสุดๆ จำลองมาจากมัลดีฟส์ทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้ จะไม่ให้กด Like ยังไงไหว 3. ญี่ปุ่นในเมืองไทย: Hako Town – เลียบทางด่วนรามอินทรา สาวกอาหารญี่ปุ่นห้ามพลาด! ‘Hako Town’ ฟู้ดคอร์ทย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ที่ยกเอาบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ผสมกับทิวทัศน์ร่วมสมัยมาให้คนไทยสัมผัสกันถึงแก่น รวบรวมร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ร้านต้นตำรับแห่งแรกในประเทศไทย เมืองญี่ปุ่นขนาดย่อมแห่งนี้มีไว้ให้คุณที่นี่แล้วค่ะ ทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มบรรยากาศเจเปนจริงจริ๊ง 4. สวิตเซอร์แลนด์ในเมืองไทย: Swiss Sheep Farm – ชะอำ ถ้านึกถึงประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สถานที่ในเมิองไทยที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุดต้องยกให้ที่นี่เลยค่ะ ‘Swiss Sheep Farm’ ฟาร์มแกะสุดน่ารักน่าเอ็นดูในเมืองชะอำ ด้วยทำเลท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่ม โอบล้อมด้วยทิวเขาซับซ้อน ได้อารมณ์โรแมนติกเป็นอย่างดี แถมยังมีน้องแกะวิ่งเล่น ขี่ม้าชมวิว ก็สร้างความสนุกได้ไม่น้อย ไฮไลท์อีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ‘คล้องกุญแจแห่งรัก’ เล่ากันว่าถ้าใครมาคล้องร่วมกันล่ะก็ จะสามารถครองรักกันได้นิรันดร์เลยล่ะค่ะ! 5. ฮ่องกงในเมืองไทย: Asiatique The River Front – ถนนเจริญกรุง ใครที่เคยไปเที่ยวฮ่องกง ไฮไลท์ที่สุดคงต้องยกให้สีสันในยามค่ำคืนที่กว่า 44 อาคารริมอ่าว Victoria ต่างพร้อมใจกันปล่อยแสงไฟสลับกันไปสลับมา ซึ่งถ้าจะหาแบบนี้ที่เมืองไทยต้องที่นี่เลย ‘Asiatique The River Front’ ที่พอจะสู้กับเค้าได้หน่อย ถึงแม้จะไม่จัดจ้านเท่าต้นตำรับ แต่ก็ฟิลลิ่งคล้ายกัน ให้คุณหยุดทอดน่องริมแม่น้ำเจ้าพระยาชมวิวยามค่ำคืน สวยงามไม่ใช่เล่นเหมือนกันแหละค่ะ 6. กัมพูชาในเมืองไทย: ปราสาทสัจธรรม – พัทยา ‘ปราสาทสัจธรรม’ สถาปัตยกรรมงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเมืองพัทยา ดันไปคล้ายกับ ‘นครวัด’ มรดกทางวัฒนธรรม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในประเทศกัมพูชาซะนี่! ใครที่เคยไปมาทั้งสองที่ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้กลิ่นอายความรู้สึกคล้ายกันมาก อาจเป็นเพราะทั้งสองแห่งได้สะท้อนเรื่องราว ศาสนา รายละเอียดในด้านศิลปกรรม งานปั้นและการแกะสลักเทวรูปต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวต่างจดจำได้เป็นอย่างดีก็ได้มั้ง 7. เม็กซิโกในเมืองไทย: Pather Creek Resort – อ.ปากช่อง ปหากอยากสัมผัสความเป็นคาวบอยสไตล์เม็กซิกันให้ถึงแก่น ไม่ต้องบินไปไกลถึงเม็กซิโกหรอกค่ะ แค่ขับรถมาอ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาก็พอ ตรงดิ่งมาด่วนเร็วที่ ‘Pather Creek Resort’ รีสอร์ทสบายๆที่จำลองบรรยากาศของเมืองสไตล์ตะวันตกยุค Indian-Cowboy มาไว้อย่างเต็มรูปแบบ แถมยังมีบริการต่างๆไว้เอาใจนักท่องเที่ยวมากมายทั้ง เช่าชุดคาวบอยถ่ายภาพเท่ห์ๆ รับจัดงานอีเว้นท์ งานปาร์ตี้ หรือนอนพักค้างคืนแบบคาวบอยในบรรยากาศธรรมชาติร่มรื่นที่รายรอบก็ยังมีนะคะ 8. จีนในเมืองไทย: ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ จังหวัดชลบุรี แค่ก้าวเข้าสู่วิหารก็ช็อคเลยค่ะ เหมือนอยู่เมืองจีนยังไงยังงั้น ‘ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ’ ตรึงใจนักท่องเที่ยวทุกคนด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ไชน่าสุดวิจิตรตระการตา ทั้งมังกรน่าเกรงขามพันรอบเสาทุกต้น แถมเป็นวิหารขนาดใหญ่ 4 ชั้น แต่ละชั้นประดิษฐานของทวยเทพต่างๆ นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ได้อิ่มบุญแถมยังอิ่มตากับการตกแต่งในสไตล์จีนสุดเริ่ดอลังการยังงี้อีก ดีจริงๆเลยเนอะ 9. อิตาลีในเมืองไทย: Palio อ.เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ‘Palio’ Landmark แห่งเขาใหญ่ที่สีสันเจ็บจี๊ด จำลองมาจากหมู่บ้านทัสคานี ประเทศอิตาลี ทั้งสวนหย่อมสไตล์อิตาลีแท้ๆ บรรยากาศสุดชิลล์ น้ำพุเก๋ๆไว้โพสต์ท่าถ่ายรูป หอชมวิวเขาใหญ่สุดลูกหูลูกตา ลั่นล้ากับร้านขายของนานาชนิด หรือพักผ่อนใน Boutique Hotel ก็ได้ทั้งนั้น คือถ้ามาแล้วก็อาจจะงงๆนิดหน่อย เพราะทางเดินอาจจะซับซ้อนไปนิด แต่ก็สามารถเดินทะลุถึงกันได้หมดแหละค่ะไม่ต้องกังวล 10. กรีซในเมืองไทย: Santorini park – ชะอำ ใครที่มาแล้วต้องยกนิ้วให้ทุกราย ‘Santorini Park’ อ.ชะอำเค้ากินขาดในด้านความครีเอทจริงๆค่ะ เพราะจำลองบรรยากาศเมืองซานโตรินี่ ประเทศกรีซไว้ได้อย่างเป๊ะมาก สถาปัตยกรรมโทนฟ้าขาว แจมด้วยสีสันเล็กๆพอเรียกความสดชื่น แถมยังเอาใจนักท่องเที่ยวด้วยสวนสนุก แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารชั้นนำไว้ให้เลือกกันตามใจชอบเลยค่ะ 11. ทะเลทรายซาฮาร่าในเมืองไทย: หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่กว้างใหญ่เหมือนกำลังอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่า ทางตอนเหนือของแอฟริกา ‘หาดหงส์ แก่งสามพันโบก’ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป ไฮไลท์ของที่นี่ต้องยกให้ ช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังตกในยามเย็น ยลโฉมความสวยงามจากแสงทองๆ ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับประทับใจผู้คนมากๆค่ะ 12. ภูฏานในเมืองไทย: วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์ ‘ภูฏาน’ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนทุกคนต่างอยากไปเยือน แต่ด้วยเส้นทางการเดินทางที่แสนลำบาก ก็อาจทำให้ท้อใจ ขอบอกว่า ไม่ต้องถ่อไปไกลถึงที่นั่นหรอกค่ะ เพราะเมืองไทยของเราก็มีภูฏานขนาดย่อมๆ ไว้ให้เราชื่นชมอยู่เหมือนกันค่ะ ณ ‘วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว’ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 900 เมตร นอกจากจะชมวิวทิวทัศน์เขียวชอุ่มได้แบบ 360 องศาแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรม ศิลปะอันงดงามคล้ายคลึงกับ วัดทักซังหรือวัดรังเสือ ของประเทศภูฏานยังกับแกะแหน่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ ถ้ำที่อยู่ปลายยอด ชาวบ้านหลายคนเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟ้าแล้วหายลับเข้าไปในถ้ำ จึงเป็นที่เชื่อกันว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่มงคล ศักดิ์สิทธิ์ ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องลงมาสักการะบูชาทั้งนั้น 13. นครรัฐวาติกันในเมืองไทย: อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก เพียงก้าวแรกที่ได้เข้ามา ก็คล้ายถูกสะกดด้วยความสวยงามแบบสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนอซองส์ ทั้งผนัง เพดาน ปะติมากรรมปูนปั้น ที่แสดงเรื่องราวความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ‘โบสถ์อัสสัมชัญ บางรัก’ ดูช่างคล้ายกับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในนครรัฐวาติกันจริงๆเลยล่ะค่ะ ด้วยอายุที่เก่าแก่ถึง 200 ปี โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของคริสต์ ศาสนิกชนที่เพิ่มมากขึ้น ถูกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ หรือใช้จัดเป็นสถานที่ wedding ก็งดงามที่สุดที่นึงเลยล่ะ 14. พุทธคยาในเมืองไทย: วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อกี้เราพูดถึงศาสนาคริสต์กันไปแล้ว มาที่ศาสนาประจำชาติของเราบ้างดีกว่า หากเราพูดถึงพุทธสถานที่สำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่งต้องยกให้ ‘พุทธคยา’ ในประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นสถานที่ตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นจุดหมายปลายทางของนักแสวงบุญทั้งหลายทั่วโลกที่อยากมาสักการะสักครั้ง แต่สำหรับชาวพุทธในเมืองไทย ไม่ต้องไปไกลถึงอินเดียแล้วค่ะ มาที่ ‘วัดพระพี่นาง’ หรือ ‘วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์’ จังหวัดนครสวรรค์ก็เหมือนกันเลย นอกจากจะจำลองพุทธคยาที่อินเดียมาได้เหมือนแล้ว รายละเอียดยังดูงดงามไม่แพ้ต้นตำรับ ทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์อินเดีย บริเวณโดยรอบ ทางเดินขึ้น รวมถึงเสาของพระเจ้าอโศกมหาราชที่สร้างไว้ ณ สวนลุมพินีวัณ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าก็เก็บดีเทลได้ครบ ชั้นบนประดิษฐานพระศรีอริยเมตตรัย ส่วนชั้นล่างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตา 15. เกาะนามิในเมืองไทย: สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ แฟนละครซีรี่ย์เกาหลีห้ามพลาด! ใครที่อยากอินกระแส ‘เกาะนามิ’ เกาะสวรรค์แดนกิมจิต้องมาเยือนที่นี่! ‘สวนสนบ่อแก้ว’ สวนทิวสนที่ตั้งเรียงรายสุดสายตาในจังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวไม้ตายที่ทุกทัวร์ต้องมาลง สัมผัสความเขียวชอุ่ม อากาศแสนสดชื่นจากภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลว่า 1,100 เมตร ชมทิวสนกว่าร้อยต้นเรียงกันยาวเหยียด ตากล้องต้องไม่พลาดแชะภาพแจ่มๆกลับไปดูเล่นแน่นอนค่ะ เพราะบอกตรงๆเลยว่า ที่นี่ก็โรแมนติกไม่แพ้เกาหลีหรอก! 16. ทะเลสาปอินเลในเมืองไทย: อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ‘ทะเลสาปอินเล’ ประเทศกัมพูชา เป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวระดับ World Class ที่ใครๆก็อยากจะลองไป เพราะด้วยวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่บนน้ำ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม จึงกลายเป็นเสน่ห์ที่แปลกตา ไม่ซ้ำใคร! ความจริงจะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกเพราะที่เมืองไทยของเราก็มีทะเลสาปอินเลกับเค้านะ ตั้งอยู่ที่ ‘อ.สังขละบุรี’ จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเล็กๆติดชายแดนพม่า ที่มีวิถีชีวิตกลางน้ำ สบายๆ ไม่รีบร้อน เป็นที่อยู่ของชาวไทย กะเหรี่ยงและมอญ ไฮไลท์ของที่นี่ต้องยกให้ ‘สะพานมอญ’ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (ประมาณ 1 กิโลเมตร) สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านสัญจรไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้นค่ะ 17. กุ้ยหลินในเมืองไทย: เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฏร์ธานี คำว่า ‘สวรรค์บนพื้นพิภพ’ เป็นนิยามที่นักท่องเที่ยวทุกคนพร้อมใจกันยกให้ ’กุ้ยหลิน’ แห่งมณฑลกวางซี ประเทศจีนอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะด้วยขุนเขาที่เขียวขจี สายน้ำใสดุจกระจก ภูเขาหินแปลกตานับหมื่นยอด ก็คงยากที่จะปฏิเสธถึงความงดงามตรึงใจ แต่หารู้ไม่ว่า ที่เมืองไทยก็มีกับเค้าเหมือนกันนะจ้ะ ‘เขื่อนรัชชประภา’ ในอุทยานเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สวยงามไม่แพ้ใครเหมือนกัน ทั้งภูเขาหินสูงชันล้อมรอบผืนน้ำสีเขียวมรกต วิวทิวทัศน์ที่สวยงามเกินบรรยาย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันมาดื่มด่ำความสุขกับแบบใกล้ชิด จนได้รับการขนานนามกันว่าเป็น ‘กุ้ยหลินเมืองไทย’ เลยล่ะค่ะ 18. โมร็อคโคในเมืองไทย: Villa Maroc Resort – ปราณบุรี ‘Villa Maroc Resort’ รีสอร์ทแสนเก๋ในปราณบุรี ถูกตกแต่งในสไตล์โมร็อคโคทุกรายละเอียด นักท่องเที่ยวที่ไปพักทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนกำลังหลงเข้ามาในโมร็อคโคจริงๆ เพราะนอกจากจะสวยงามถอดแบบต้นฉบับมาเป๊ะแล้ว หาดทรายขาวเงียบสงบที่ติดกับตัวรีสอร์ทกว่า 153 เมตรก็ทำให้รู้สึกหลงใหล ได้อารมณ์ และเป็นเอกลักษณ์สุดๆ เชื่อว่าใครที่เคยได้มาแล้วต้องหาโอกาสพิเศษพาคนรู้ใจกลับมาเยือนอีกอย่างแน่นอน 19. เวนิสในเมืองไทย: The Venezia หัวหิน ความเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบของอิตาลีอาจจะถูกสั่นคลอน เพราะ ‘The Venezia หัวหิน’ ของเราถอดแบบเมืองเวนิช ประเทศอิตาลีได้เหมือนอะไรอย่างนี้ โดยนำเอาความโดดเด่นจากต้นฉบับทั้ง ทิวทัศน์เลียบแกรนด์คาแนลที่ยาวกว่า 200 เมตร การล่องเรือกอนโดล่า จัตุรัสเซ็นต์มาร์ค หอระฆังสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิส หอคอยชมวิวสูงกว่า 23 เมตร และปะติมากรรมสไตล์อิตาลี ที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างลงตัวสุดๆ เชื่อว่าใครที่ฝันอยากเที่ยวอิตาลี ลองมาที่นี่ดูก่อนสิคะ ไม่ต้องเสียค่าเครื่องบินไปไกลถึงนู่นก็ได้ฟิลลิ่งเหมือนกันแหละ เอาเป็นว่า…สถานที่เที่ยวในไทย แต่เหมือนไปเมืองนอกทั้ง 19 ที่นี้ เพื่อนๆลองไปเที่ยวดูนะคะ รับรองได้อารมณ์เหมือนไปเที่ยวรอบโลกยังไงยังงั้นเลย แต่ว่า…ฮัลโหล๊ ขอโทษนะจ้ะ นี่อยู่แค่เมืองไทยเองค่า...

Read More
“สงกรานต์” ปลอดเหล้าคนไทยปลอดภัย
Apr09

“สงกรานต์” ปลอดเหล้าคนไทยปลอดภัย

“เทศกาลสงกรานต์” เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย และเป็นช่วงที่มีการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อพบปะญาติพี่น้องหรือท่องเที่ยว โดยในช่วงที่มีวันหยุดยาวนี้ มักมีการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นำมาซึ่งการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน นพ.ธนพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) บอกว่า จากการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน พบว่า สถิติการเสียชีวิตยังทรงตัว ไม่ลดลง โดยช่วงปี 2555-2557 สถิติการเสียชีวิตยังอยู่สัดส่วนประมาณ 14,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 38 ราย ขณะที่ในช่วงเทศกาลทั้งปีใหม่และสงกรานต์ ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะเพิ่มเป็นเฉลี่ยวันละ 50 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก 1.การขับรถเร็ว 2.อ่อนล้าจากการเดินทาง เพราะต้องใช้เวลาในการขับรถนานกว่าปกติถึง 2 เท่า หรือไม่ก็เร่งรีบเดินทางต่อโดยไม่พัก นพ.ธนพงศ์  บอกต่อว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนถนนสายหลักมากที่สุด แต่ที่เสียชีวิตมากที่สุดพบว่าเป็นอุบัติเหตุบนถนนสายรอง หรือถนนในหมู่บ้าน และกว่าร้อยละ 60 เป็นรถจักรยานยนต์ ในจำนวนนี้พบว่าร้อยละ 50 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วยเสมอ ในบางคนตรวจพบระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 224 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มากกว่าระดับปกติถึง 5 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มักไม่ใส่หมวกกันน็อค หรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ผู้จัดการ ศวปถ. บอกอีกว่า วันที่ 13-15 เม.ย.นี้ถือเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด เพราะปีนี้ตรงกับวันทำงาน หมายความว่าต้องเร่งรีบเดินทางในวันที่ 14 เม.ย.หรือไม่ก็วันที่ 15 เม.ย. เพื่อให้ทันทำงานในวันที่ 16 เม.ย. ในขณะที่ร่างกายอ่อนล้าจากการท่องเที่ยวในเทศกาลดังกล่าว จึงถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาก ดังนั้นทำอย่างไรให้ผู้ขับขี่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวัง รณรงค์ปลูกจิตสำนึกควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เช่น การจับปรับ และอาจเพิ่มโทษถึงติดคุก การห้ามขายเหล้าให้กับเด็กและเยาวชน นพ.ธนพงศ์ บอกว่า ปัจจัยสำคัญของอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่มาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ตามกฎหมายกำหนดว่าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสำหรับผู้ขับขี่ต้องไม่ให้เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ที่ผ่านมามีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบถึง 224 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าปกติถึง 5 เท่า เรียกว่าอันตรายมาก สิ่งสำคัญช่วงสงกรานต์นี้อยากให้ทุกคนระมัดระวัง หากต้องการเฉลิมฉลองไม่ควรขับขี่เป็นดีที่สุด นพ.ธนพงศ์ บอกถึงมาตรการสำคัญที่รัฐบาลควรส่งเสริมเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือการตัดวงจรความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยการรณรงค์ให้คนไทยปรับพฤติกรรม ทั้งการขับรถเร็ว การดื่มขณะขับรถ อีกมาตรการหนึ่ง คือการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมวกกันน็อค และเข็มขัดนิรภัย พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งการตรวจจับและการลงโทษที่ควรมีความเข้มงวด “ภาครัฐควรส่งเสริมให้ชุมชนและท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วย เนื่องจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่ในช่วงฉลองจะไปอยู่กับชุมชน ไปอยู่บนถนนสายรอง ดังนั้นการดึงบทบาทของท้องถิ่นขึ้นมา เพื่อให้รองรับกับเรื่องนี้ ก็เป็นเงื่อนไขสำคัญและเป็นปัจจัยที่จะทำให้อุบัติเหตุลดลงได้” ผู้จัดการ ศวปถ. บอกทิ้งท้าย   ที่มา : thaihealth.or.th 589 total views, 1 views...

Read More