ประโยชน์ของ ”มะนาว” ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส แก้อาการเมาค้าง อื่นๆมากมาย
Jul25

ประโยชน์ของ ”มะนาว” ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส แก้อาการเมาค้าง อื่นๆมากมาย

มะนาว (ภาษาอังกฤษ: Lime ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus aurantifolia) มะนาวเป็นผลไม้ ที่นำมาปรุงอาหาร ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำ แกงส้มต่างๆ  ทำให้มีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากนี้มะนาว ยังมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นใช้ในการรักษาโรคต่าง เช่น รักษาโรคมะเร็ง  สำหรับคนที่ต้องการเลิกสูบหรี่มะนาวก็สามารถยังยั้งอาการอยากสูบบุหรี่ได้  คนที่รักสวยรักงามก็อีกเช่นกัน  มะนาวก็เป็นอีกสมุนไพรหนึ่งที่ทำให้ผิวของท่านสวยสดงดงามแต่งตึงได้  ความรู้เกี่ยวกับมะนาว ว่ามีประโยชน์ และสรรพคุณต่อร่างกายอย่างไรบ้าง   มะนาวมีประโยชน์อย่างไร มะนาวทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส สำหรับท่านใดที่ที่รักสวยรักงาม อยากให้มีผิวพรรณสดใส สามารถใช้มะนาวมาทาที่ใบหน้า ในตอนเช้า และหลังอาบน้ำทุกๆ วัน จะทำให้ผิวหน้าท่านสดใสหน้าเด้งขึ้นมาทันที วิธีนี้ผมใช้เป็นประจำครับ มะนาวช่วยบำรุงตาให้สดใส การดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ เป็นประจำทุกวัน จะไปบำรุงสายตาให้สดใสดีขึ้นและตาจะสดใสอยู่เสมอ ในมะนาวนั้นจะมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด ที่มีเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างวิตามินชี วิตามินเอ ฟอสฟอรัส  แคลเซียมต่าง ๆ กรดมาลิค กรดซิตริก เป็นต้น ในมะนาว 1 ผล จะมีน้ำมันหอมระเหย ที่มีอยู่มากถึง 7 % ที่สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำยาต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างจาน ซันไลน์ เป้นต้น ในมะนาวจะมีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย ที่ทำให้สดชื่น เมื่อนำมาสูดดม สามารถแก้อากาการวิงเวียนศีรษะได้ ซึ่งผมได้สูดดมเป็นประจำในเวลาที่มีอาการเมาหัว คลื่นไส้ อาเจียน มะนาวช่วยได้เป็นอย่างดีครับ มะนาวมีสรรพคุณอย่างไร ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ในเวลาที่มีอาหารปวดหัว วิงเวียนศีรษะ ให้นำมะนาวมาสูดดม ช่วยแก้อาการปวดหัวได้ แก้อาการเมาค้าง คนที่ดื่มเหล้า ในตอนเย็น พอตื่นเช้าขึ้นมามักจจะมีอาการเมาค้าง  เมาหัว วิงเวียน อาเจียน  ให้นำมะนาว มาฝานบางจิ้มกินกับเกลือป่น ช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ สตรีที่คลอดบุตร มักจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ มะนาวก็ช่วยได้อีกเช่นกัน แก้อาการอยากสูบบุหรี่ สำหรับท่านที่อยากจะเลิกบุหรี่ แต่ทำอย่างไรก็ไม่หายจากอาการอยากจะสูบบุหรี่ ให้นำมะนาว มาฝานบางๆ จิ้มกินกับเกลือ ในเวลาที่อยากสูบบุหรี่ เมื่อเวลาสูบบุหรี่จะทำให้มีรสขม และทำให้เราเบื่อจนไม่อยากสูบบุหรี่อีกต่อไปครับ ที่มา : .thaihealth.or.th 56 total views, 8 views...

Read More
ระวัง!! กินอาหารไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อร่างกาย
Jul19

ระวัง!! กินอาหารไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อร่างกาย

การกินอาหารที่มีส่วนเกินมากไปก็สร้างปัญหาให้กับร่างกาย แต่การกินอาหารน้อยลงหรือไม่เพียงพอเป็นปัญหาอีกเช่นกัน เพราะในชีวิตประจำวันร่างกายคนเราต้องการแคลอรีจำนวนหนึ่งเพื่อให้ทำงานได้ดี การระวังเรื่องแคลอรีมากเกินไปจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งมีสัญญาณที่พึงระวังหากมีการเปลี่ยนแปลงร่างกาย เช่น รู้สึกหิวและเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าร่างกายต้องการแคลอรีมากกว่าที่ให้เข้าไป เมื่อกินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการจะทำให้ชะลอการเผาผลาญ หรือเส้นผมร่วงไม่เป็นเงางาม อาจจะเป็นเพราะร่างกายเริ่มขาดสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบำรุงเติบโตตามธรรมชาติของเส้นผม นอกจากนี้ การกินอาหารที่ไม่เพียงพอยังกระทบกับการนอนหลับ อาจทำให้ตื่นสาย หรือเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็รู้สึกเหนื่อยและง่วง เกิดความหงุดหงิด หรือตื่นเต้นตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะสมองต้องการพลังงานในการทำงาน บางคนอาจมีอาการรู้สึกหนาวตลอดเวลา ซึ่งเป็นไปได้ว่าเมื่อร่างกายได้รับแคลอรีน้อยกว่าที่ควรจะได้ จึงมีแนวโน้มที่อุณหภูมิของร่างกายจะลดลงไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้ การเกิดอาการท้องผูก มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร จนมีแนวโน้มจะเผชิญกับปัญหาการย่อยอาหาร ก็สามารถเกิดขึ้นเมื่อไม่ได้รับปริมาณอาหารที่เพียงพอ และที่สำคัญอีกอย่างคือสภาวะทางจิต เมื่อเกิดความหดหู่ใจ ความวิตกกังวล และความเศร้า อาจเกิดจากการกินอาหารที่มีแคลอรี ซึ่งส่งผลให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์บ่อยครั้งและรุนแรง ที่มา : thaihealth.or.th 66 total views, 1 views...

Read More
ดื่มน้ำเป็นเวลา ช่วยล้างกระเพาะปัสสาวะรักษาสุขภาพ
Jul19

ดื่มน้ำเป็นเวลา ช่วยล้างกระเพาะปัสสาวะรักษาสุขภาพ

การดูแลสุขภาพช่วงปลายฝนต้นหนาว นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยวิธีการแพทย์แผนไทยแล้ว องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนยังสามารถช่วยปรับสมดุลร่างกายให้มีการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ได้อีกด้วย ดังนั้นการปรับตัวและดูแลสุขภาพตนเองให้เหมาะกับฤดูกาล ทั้งอากาศ และอาหารที่รับประทาน ช่วงที่ฝนตกหนักความชื้นเป็นน้ำทำให้อินหรือหยินมีมากไปทำลายหยาง เกิดความไม่สมดุลในร่างกาย เช่นสวมใส่เสื้อผ้าบางเกินไป ถูกฝน แช่อยู่ในน้ำเย็นนานเกินไป จะทำให้เจ็บป่วยจากความเย็นได้ง่าย เนื่องจากปริมาณความเย็นมีมาก จึงเป็นสาเหตุก่อโรคมากมาย การดูแลตนเองในช่วงฝนตก ความชื้นจะมาก ก็ควรเลือกออกกำลังกายเบาๆ เช่น เต้นรำ เดินออกกำลัง รำไท้เก็ก เลี่ยงอาหารรสหวาน งดดื่ม น้ำเย็น รับประทานอาหารประเภทน้ำแกง หรือซุปใส น้ำแกงเต้าหู้ ผัดถั่วงอก ต้มฟัก หรือรับประทานถั่วเช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ต้มทานกับข้าวสวยหรือโจ๊กอ่อนๆ จะเห็นว่าอาหารดังกล่าวสำหรับคนกินเจก็สามารถรับประทานได้ การดูแลตนเองในช่วงอากาศหนาวเย็น ควรดื่มน้ำสะอาด 3 แก้ว แก้วแรกช่วงเช้า 05.00-07.00 น. เพื่อช่วยขับถ่าย แก้วที่สอง 15.00-17.00 น. จะช่วงล้างกระเพาะปัสสาวะ แก้วที่สาม ก่อนนอนหนึ่งชั่วโมง ช่วยในการนอนหลับฤดูหนาวควรรักษาพลังอินของไต โดยการทำจิตใจสงบไม่ฟุ้งซ่าน รับประทานผัก เช่น คะน้า หัวไชเท้า รับประทานถั่วเหลือง เกาลัด ส้มโอ รับประทานน้ำพุทรา โจ๊กงาดำ เป็นต้น ที่มา : thaihealth.or.th 85 total views, 2 views...

Read More
ย่านาง สมุนไพรมากประโยชน์ ดับพิษและลดไข้
Jul17

ย่านาง สมุนไพรมากประโยชน์ ดับพิษและลดไข้

ใบย่านาง หรือ ย่านาง เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็กที่คนโบราณนิยมนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการทำอาหาร โดยเฉพาะส่วนของใบที่นิยมนำมาตำหรือบดเพื่อคั้นน้ำจากใบมาใช้สำหรับปรุงอาหารทำให้เพิ่มรสชาติ มีรสหวานธรรมชาติ สีอาหารเขียวเข้มออกดำ และมีลักษณะข้นเป็นยาง ประโยชน์จากย่านาง 1. ส่วนที่เป็นใบย่านางใช้นำมาคั้นน้ำสำหรับประกอบอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ แกงอ่อม แกง 2. ใบ นำมาตากแห้ง และบด ใช้ชงเป็นชาดื่ม 3. เถา ใช้เป็นเชือกรัดของ สรรพคุณย่านาง ในภาคอีสานที่นิยมนำใบย่านางมาประกอบอาหารมาก โดยเฉพาะแกงหน่อไม้ และเมนูอาหารอื่นที่ใช้หน่อไม้ เนื่องจากสารในใบย่านางมีฤทธิ์ต้านกรดยูริคในหน่อไม้ได้ ทำให้หน่อไม้มีรสชาติน่ารับประทานขึ้น โดยคนอีสานโบราณเรียกใบย่านางในด้านสมุนไพรทางยาว่า “หมื่นปี บ่เฒ่า” ย่านาง,ใบย่านาง,ดับพิษ,ลดไข้,สมุนไพร รากย่านาง รากนำมาต้มดื่มหรือฝนผสมกับน้ำดื่ม มีสรรพคุณหลายด้าน ได้แก่ – แก้ดับกระหาย – บรรเทาอาการไข้ แก้ไข้จับสั่น – แก้ไข้รากสาด ไข้มาลาเรีย ไข้สันนิบาต ไข้ทับระดู – แก้อีสุกอีใส ตุ่มผื่น ฝีดาษ – ถอนพิษเมาค้าง เมาสุรา – บรรเทาอาการท้องผูก ท้องเสีย – บำรุงหัวใจ – ถอนพิษ และลดพิษจากพืช สัตว์ – ช่วยขับสารพิษในร่างกาย – ถอนพิษผิดสาแดง – บำรุงหัวใจ แก้โรคหัวใจบวม – แก้เลือกกำเดา ลำต้นย่านาง ลำต้นนำมาต้มหรือบดคั้นน้ำดื่ม ออกฤทธิ์ทางยา ได้แก่ – บรรเทาอาการไข้ ลดพิษร้อน – บรรเทาอาการพิษจากพืช เห็ด และช่วยขับสารพิษยาฆ่าแมลงในร่างกาย – แก้ลิ้นเป็นฝ้าขาว ลิ้นแข็งกระด้าง – โรคปวดข้อ ปวดกระดูก – บรรเทาอาการท้องเสีย ใบย่านาง นำใบมาบดคั้นน้ำสด หรือนำมาต้มน้ำดื่ม รวมถึงใบตากแห้งอัดใส่แคปซูลรับประทาน มีฤทธิ์ในทางยาหลายด้าน ได้แก่ – บรรเทาอาการร้อนใน – บรรเทาอาการเป็นไข้ ตัวร้อน – บรรเทาไข้รากสาด ไข้ฝีดาษ – ลดพิษยาฆ่าแมลงในร่างกาย และถอนพิษอื่นๆ ที่มา : thaihealth.or.th 122 total views, 3 views...

Read More
แนะนำสำอาหารหรับผู้ป่วยมะเร็ง ต้อง สด สะอาด ไม่มีสิ่งปนเปื้อน
Jul12

แนะนำสำอาหารหรับผู้ป่วยมะเร็ง ต้อง สด สะอาด ไม่มีสิ่งปนเปื้อน

ป่วยกายแต่ไม่ป่วยใจ! แม้ว่าศิลปินร็อกเกอร์เสียงทรงพลังอย่าง แหวน ฐิติมา ถูกตรวจพบว่ามะเร็งที่เจ้าตัวเคยเข้ารับการรักษาจนหาย กลับมากำเริบครั้ง แต่เนื่องจากดูแลตัวเองอยู่สม่ำเสมอ อีกทั้งมีกำลังใจดีจากครอบครัว เพื่อนในวงการ และแฟนคลับ ล่าสุดเธอยังยิ้มสู้กลับมามีหน้าตาสดใส สู้มะเร็งไม่ถอย ใครที่มีญาติพี่น้องป่วยเป็นมะเร็งก็อย่าท้อ ให้กำลังใจผู้ป่วยและตัวเองเข้าไว้ ไทยรัฐออนไลน์มีเมนูสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งมาฝากกัน เอาไว้ไปทำดูแลคนป่วยกันดีกว่า อาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ควรเป็นอาหารที่ทำใหม่ สด สะอาด ไม่ควรมีสิ่งปนเปื้อน เพราะผู้ป่วยมะเร็งค่อนข้างมีภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย การปรุงเน้นรสชาติอ่อนๆ ไม่เค็มจัด หวานจัด ซื้อมาทำเองได้จะดีที่สุด เน้นอาหารย่อยง่าย และแบ่งมื้ออาหารเป็นหลายๆ มื้อต่อวัน เช่น 5-7 มื้อ เพราะคนไข้ทานได้น้อย งดอาหารหมักดอง งดอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม เป็นต้น ส่วนเมนูแนะนำ มีดังนี้ 1. น้ำผักผลไม้ นมถั่วเหลือง ซุป ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่กินได้น้อยอยู่แล้ว ควรให้กินบ่อยๆ จึงจะได้สารอาหารครบตามที่ร่างกายต้องการ ถ้ายังทานอาหารหนักๆ ไม่ได้ ก็ให้เลี่ยงมาทานอาหารเหลวก่อน เช่น น้ำผักผลไม้รวม น้ำแตงโม+แครอต+บีตรูต น้ำส้มโอ น้ำส้มคั้น น้ำขึ้นฉ่าย น้ำข้าวกล้อง น้ำนมข้าวโพด ซุปข้าวโพด ซุปเห็ด นมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาล เป็นต้น หรือจะเป็นขนมปังโฮลวีทก็ได้ แต่ควรทานกับแยมผลไม้แท้ที่ไม่ผสมน้ำตาล 2. โยเกิร์ต เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายให้ผู้ป่วยด้วยโยเกิร์ต เพราะโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ มีงานศึกษาวิจัยพบว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในโยเกิร์ต สามารถสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรคได้ เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย ไม่ให้ร่างกายป่วยไข้ได้ง่าย แถมยังช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็ง ช่วยตรวจจับสารโลหะหนัก สารก่อมะเร็ง และกรดน้ำดี ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายได้ 3. แกงเลียง แกงส้ม แกงเหลือง แกงป่า มีงานวิจัยจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าอาหารไทยๆ ที่มีเครื่องแกงทำจากสมุนไพรไทย สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ได้แก่ แกงเลียง แกงส้ม แกงป่า เป็นต้น แค่ควรทานเพื่อป้องกัน หรือเสริมการรักษามากกว่า ไม่ใช่ยารักษาโรค โดยได้ทดลองในห้องปฏิบัติการด้วยการนำพริกแกงทั้ง 4 ชนิด ในรูปของน้ำแกง มาทดลองกับเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในจานเพาะเชื้อ ผลการศึกษาพบว่า สำหรับ แกงป่า อัตราการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็งอยู่ที่ 17.25% ตายธรรมชาติ 38% ตายผิดธรรมชาติ (ลุกลามไปยังเซลล์อื่น) 43.93% แกงส้ม อัตราการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็ง 29% ตายธรรมชาติ 43% ตายผิดธรรมชาติ 27% แกงเหลือง อัตรารอดชีวิตเซลล์มะเร็ง 31% ตายธรรมชาติ 22% ตายผิดธรรมชาติ 46.13% แกงเลียง อัตรารอดชีวิตเซลล์มะเร็ง 57% ตายธรรมขาติ 38% และตายผิดธรรมชาติ 3.78% 4. สลัดผักสดผลไม้สด ควรให้ผู้ป่วยทานอาหารที่มีกากใยสูง เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ปกติดี เช่น สลัดผักสด สลัดผลไม้สด ผลไม้สดหั่นชิ้นพอดีคำ เช่น แคนตาลูป ฝรั่ง มะละกอ หรืออาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ข้าวโอ๊ต ถั่วต่างๆ ควินัว เป็นต้น 5. เน้นโปรตีนย่อยง่าย ปลา ไก่ เต้าหู้ ควรปรุงอาหารจากเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็ว และได้โปรตีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เน้นปรุงจากเนื้อปลา ไก่ หรือเต้าหู้ เหล่านี้มีไขมันต่ำดีต่อสุขภาพ เพราะผู้ป่วยมะเร็งห้ามทานอาหารไขมันสูง เช่น กุยไช่ผัดฟองเต้าหู้ ปลาแซลมอนย่าง ปลานึ่ง ต้มซุปไก่ ปลาเก๋าต้มส้มใบมะขามอ่อน เป็นต้น ที่มา : thaihealth.or.th 68 total views, 2 views...

Read More
สมุนไพรใน น้ำพริกน้ำพริก มากประโยชน์ สุขภาพดีอีกด้วย
Jul11

สมุนไพรใน น้ำพริกน้ำพริก มากประโยชน์ สุขภาพดีอีกด้วย

ถ้าพูดถึงอาหารพื้นบ้านไทยคงไม่มีไครไม่รู้จัก น้ำพริก เพราะถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการกิน เป็นกับข้าว และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากน้ำพริก ฤทธิ์เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีกำลังก็เพราะอุดมไปด้วย วิตามิน แคลเซียม และโปรตีนคุณภาพสูงหลายชนิด เพราะประกอบไปด้วย พริก หอม กระเทียม  ข่า ฯลฯ  อีกทั้งการกินผักเสริมยิ่งทำให้สบายท้อง และไม่ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยังทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี สมุนไพรในน้ำพริก 1. พริก  มีสาร แคปไซซิน มีสรรพคุณ ช่วยระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตและหัวใจ ช่วยขับเหงื่อ มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งได้ ถ้ากินพริกเป็นประจำจะทำให้ระบบย่อยและการดูดซึมอาหารทำงานได้ไม่ดี แต่ถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะ  จะทำให้เลือดไม่จับตัวเป็นก้อนเลือดไหลเวียนได้ดี 2.กระเทียมไทย  จัดเป็นยอดสมุนไพรชนิดหนึ่ง คุณสมบัติคือสามารถป้องกันโรคมะเร็ง รักษาโรคหัวใจ โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น วัณโรคและไทฟอยด์ โรคปอด ลำไส้อักเสบ โรคทางเดินปัสสาวะ โรคหืด โรคพยาธิในลำใส้ ไขข้ออักเสบ และโรคเกาต์ กระเทียมมีคุณสมบัติเป็นยาแก้อักเสบและทำลายแบคทีเรีย โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย นอกจากนี้ยังช่วยลดโคเลสเตอรอล และลดความดันโลหิตสูง 3.หอมแดง  หัวหอมเล็ก,หอมแดงไทย ขับลม ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับประจำเดือน แก้ไข้ แก้หวัด ช่วยย่อยอาหาร เจริญอาหาร มีสรรพคุณลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ากระเทียม 4.ตะไคร้  รักษาหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ แก้อหิวาตกโรค 5.มะนาว น้ำมะนาวแก้กระหาย แก้ร้อนใน บำรุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้เลือดออกตามไรฟัน ถ่ายพยาธิ ผักดีมีประโยชน์ 1.ผักบุ้งนา หรือผักบุ้งไทย กินได้ทั้งสดและลวกแต่จะให้ดีกินแบบลวกปลอดภัยกว่า จะมีรสเย็นจึงช่วยบรรเทาอาการร้อนในได้ ใช้ดับพิษร้อน ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนคนที่เป็นโรคเบาหวาน มีวิตามินเอ ซึ่งช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตามีน้ำที่ล่อเลี้ยงเป็นประกายไม่แสบหรือแห้ง และยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ธาตุเหล็กในผักบุ้งช่วยบำรุงเลือด ส่วนแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่มีอยู่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน 2. มะเขือพวง รสขืนเล็กน้อย ช่วยละลายเสมหะ แก้ไข้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ 3.เหลียง ใบอ่อนและยอดอ่อนลวก ทำให้แข็งแรงกระปรี้กระเปร่า 4.ถั่วฝักยาว เปลือก,ฝัก ใช้ระงับอาการปอดบวม ปวดตามเอว แผลที่เต้านม  ส่วนเมล็ด บำรุงม้าม ไต แก้กระหายน้ำ ปัสสาวะกระปริบกระปรอย และตกขาว 5. แตงกวา ผลและเมล็ดอ่อน กินเป็นยาระบายอ่อนๆ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ กระตุ้นการทำงานของกระเพาะ ลำใส้ บำรุงธาตุดิน                 น้ำพริกแต่ละอย่างจะมีรสจัดจ้าน ไม่เลี่ยน ทั้งยังสามารถกินกับผักสดๆ ได้แทบทุกชนิด และที่สำคัญน้ำพริกมีปริมาณไขมันต่ำ กินแล้วสุขภาพดีไม่ทำให้อ้วน  ทางทีมเว็บไซต์ สสส.จึงมีน้ำพริกทั้ง4 ภาคมาฝากค่ะ ภาคเหนือน้ำพริกข่า ข่ากับตะไคร้ ช่วยในการขับเหงื่อ ป้องกันหวัดคัดจมูก และช่วยในการระบาย ภาคกลางน้ำพริกโผะเผะ  มีฝักมะขามอ่อน กินกับผักสดต่างๆที่หากินได้ในช่วงหน้าฝน มีวิตามินเอสูง แล้วยังมีวิตามินซีมาก เหมาะกับช่วงหน้าฝน ป้องกันการเป็นไข้หวัดได้เป็นอย่างดี ภาคใต้น้ำชุบไคร(น้ำพริกตะไคร้ทรงเครื่อง) นำมาผัดหรือเคี่ยว และมักทำทีละมากๆเพื่อเก็บไว้กินทั้งปี มีสรรพคุณในการแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และบำรุงลำใส้ได้ดีอีกด้วย ภาคอีสานแจ่วบอง เป็นน้ำพริกยอดนิยมของทางอีสาน เพราะทำง่ายนำมาจิ้มกับข้าวเหนียวได้เลย เป็นน้ำพริกแบบแห้ง  เหมาะกับการพกพายามเดินทาง การรับประทาน“น้ำพริก” คืออาหารคู่ครัวสำหรับของครัวไทย ถือเป็นวัฒนธรรมในการกินของคนไทย ที่ควรสืบสานและอนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่หันมารับประทานน้ำพริก อีกทั้งการรับประทานผักควบคู่ไปด้วยช่วยเพิ่มอรรถรสและได้ประโยชน์จากผัก ทาง สสส. อยากให้คนไทยหันมาบริโภคผักให้ได้ 400 กรัมต่อวัน และน้ำพริกเองก็เป็นอีกทางเลือกที่ทำให้รับประทานผักให้ได้มากขึ้น และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ให้อยู่คู่สำรับของครัวไทยตลอดไป ที่มา : thaihealth.or.th 134 total views, 1 views...

Read More
Page 1 of 2312345678910...Last »