• หน้าแรก

  • ทั่วไป

  • เตือนนั่งก้มหน้าหลังค่อม เล่นมือถือนานๆ ใช้คอผิดวิธี เสี่ยงทำกระดูกคอเสื่อมเร็ว

  • หน้าแรก

  • ทั่วไป

  • เตือนนั่งก้มหน้าหลังค่อม เล่นมือถือนานๆ ใช้คอผิดวิธี เสี่ยงทำกระดูกคอเสื่อมเร็ว

เตือนนั่งก้มหน้าหลังค่อม เล่นมือถือนานๆ ใช้คอผิดวิธี เสี่ยงทำกระดูกคอเสื่อมเร็ว

กรมการแพทย์ เตือนนั่งก้มหน้าหลังค่อม เล่นมือถือนานๆ ใช้คอผิดวิธี เสี่ยงทำกระดูกคอเสื่อมเร็ว มักปวดคอร้าวลงไหล่แขน เคลื่อนไหวคอไม่สะดวก มี 3 กลุ่มอาการ เผยกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถพบได้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การนั่งทำงาน ด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น นั่งก้มหน้า ยื่นคอไปข้างหน้ามากๆ นั่งหลังค่อม เล่นโทรศัพท์มือถือนานๆ ขับรถ ตลอดจนการใช้งานคอผิดวิธี อาทิ นอนคว่ำอ่านหนังสือ เกร็งคอในท่าทางที่ผิดจากปกติเป็นเวลานาน เป็นพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกคอเสื่อมเร็ว ทั้งนี้ โรคกระดูกคอเสื่อมมักไม่อาการแสดงให้เห็น แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดบริเวณคอร้าวไปถึงไหล่หรือแขน รวมทั้งขยับหรือเคลื่อนไหวคอได้ไม่สะดวกเหมือนปกติ และจะเริ่มมีอาการรุนแรงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เล่นมือถือนานๆ

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า อาการของโรคกระดูกคอเสื่อมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและภาวะกระดูกคอโดยตรง ทำให้มีอาการปวดคอเคลื่อนไหวได้ยาก ปวดตรงกลางคอร้าวลงสะบัก และบริเวณไหล่ 2. กลุ่มอาการที่เส้นประสาทถูกกดทับ มีอาการปวดร้าวลงมาที่แขน มือ และมีอาการชาร่วมด้วย ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง 3. กลุ่มอาการของไขสันหลังถูกกดทับ มีอาการอ่อนแรง เกร็งกล้ามเนื้อโดยเฉพาะขา ทำให้เดินลำบาก บางรายที่กระดูกคอมีกระดูกงอกอาจไปเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก หรือหากกดเส้นเลือด จะทำให้เวียนศีรษะ มีเสียงในหู โดยสาเหตุการเกิดโรคเกิดจากความเสื่อมสภาพร่างกายที่เป็นไปตามวัย โดยมักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป การใช้งานในชีวิตประจำวัน เล่นกีฬาที่มีการกระแทก เช่น อเมริกันฟุตบอล หรือเล่นโยคะในท่าศีรษะลงพื้น เกิดอุบัติเหตุกระแทกที่กระดูกสันหลัง คอ โดยตรง การสูบบุหรี่ รวมถึงคนในครอบครัวมีภาวะกระดูกคอเสื่อม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เล่นมือถือนานๆ

นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวว่า การรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยแพทย์จะรักษาตามอาการเป็นหลัก เริ่มจากการใช้ยา การทำกายภาพบำบัด ประคบเย็นหรือประคบร้อน ใส่เฝือกคอ ฉีดยา และวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัด ทั้งนี้หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยในกรณีที่เกิดแรงกดทับที่กระดูกสันหลังอย่างรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงบริเวณ แขน ขา และเท้า มีปัญหาในการเดิน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ นอกจากนี้ การที่กระดูกสันหลังหรือเส้นประสาทบริเวณคอถูกกดทับ อาจทำให้เกิดอาการปวดที่แขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง หากมีอาการรุนแรงขึ้นจะทำให้เส้นประสาทเสียหายอย่างถาวร อย่างไรก็ตามโรคกระดูกคอเสื่อมไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากเป็นความเสื่อมสภาพทางร่างกาย แต่สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้โดยระมัดระวังให้คออยู่ในท่าทางที่เหมาะสมขณะยืน นั่ง และเดิน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่คอ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ หากเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บบริเวณศีรษะและคอเสมอ ตลอดจนเลือกใช้หมอนที่รองรับสรีระของคอได้พอดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป

ที่มา : thaihealth.or.th

โพสต์เมื่อ :
2561-09-25
 90
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์