• หน้าแรก

  • ทั่วไป

  • เตือนบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ปรุงสุก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

  • หน้าแรก

  • ทั่วไป

  • เตือนบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ปรุงสุก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เตือนบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ปรุงสุก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

โรงพยาบาลราชวิถีหวั่นประชาชนติดเชื้อในลำไส้เฉียบพลันจากการท้องเสียเรื้อรัง  เตือนบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ปรุงสุก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และใส่ใจสุขภาพ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ติดเชื้อในลำไส้เฉียบพลัน

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร หมายถึง
การติดเชื้อของอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจากแบคทีเรีย รองลงมาคือเชื้อไวรัสและปรสิต โดยมีอาการหลักคือ การปวดท้องที่อาจเกิดได้ที่ช่องท้อง ไม่มีอาการปวดเฉพาะจุด ร่วมกับอาการท้องเสีย มีไข้ได้ โดยลักษณะอาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทันที เรียกว่า การติดเชื้อเฉียบพลัน

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี  กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อทางเดินอาหารเป็นโรคที่พบได้บ่อยทุกวัน เกือบทุกคนเคยผ่านการติดเชื้อระบบทางเดินอาหารมาแล้ว เช่น อาหารเป็นพิษ ติดต่อได้ง่าย ระบาดได้ง่าย ในชุมชนต่างๆ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการรับเชื้อ เช่นเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ การรับเชื้อมักเกิดจากการบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด โดยเชื้อโรคที่อยู่ในตัวผู้ป่วยปนเปื้อนอยู่ในน้ำ อาหาร และมือ เข้าสู่ปาก โดยเชื้ออาจติดอยู่ที่เครื่องมือเครื่องใช้ในการอุปโภค บริโภค เช่น ช้อน  แก้วน้ำ จาน ชาม ดังนั้นการป้องกัน โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน จึงเป็นสิ่งสำคัญ และการมีอาการของโรคติดเชื้อทางเดินอาหาร ต้องดูแลประคับประคอง ป้องกันไม่ให้เกิดอาการขาดน้ำ การขาดสมดุลของเกลือแร่ โดยการดื่มน้ำสะอาด การใช้ยาผงเกลือแร่ และการรักษาตามสาเหตุ เช่นการติดเชื้อบางชนิดที่อาจต้องได้รับยาฆ่าเชื้อ รวมถึงการดูแลตัวเอง ป้องกันการรับเชื้อซ้ำ และป้องกันการระบาดสู่ชุมชน

อาหารเป็นพิษ โรคฮิตนักเดินทาง

ในช่วงใกล้สิ้นปีที่วันลาพักร้อนยังใช้ไม่หมด ทำให้หลายคนเลือกช่วงนี้หนีร้อนไปยังที่สูง โดยเชื่อว่า "ยิ่งสูง ยิ่งหนาว" ทำให้ดอยต่าง ๆ เป็นสถานที่สุดฮิตให้กับใครหลาย ๆ คน ซึ่งการเตรียมความพร้อมเพื่อไปสัมผัสความหนาวนั้น และสิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือเรื่องของอาหารการกินนั่นเอง

ทุกการเดินทางต้องมีการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ยารักษาโรค รวมถึงการตรวจเช็คยานพาหนะ และอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการรับประทานอาหาร ที่วันนี้ทีมเว็บไซต์ สสส. จะขอนำเสนอโรคสุดฮิต ที่นักเดินทางมักเป็นกันบ่อย นั่นคือ ‘โรคอาหารเป็นพิษ’

อาหารเป็นพิษ โรคฮิตนักเดินทาง thaihealth

โรคอาหารเป็นพิษ เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้อธิบายอาการป่วยที่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ฯลฯ รวมไปถึง อาหารที่ปรุงไม่สุกพอ อาหารค้างมื้อและไม่ได้แช่เย็น ซึ่งอาจจะทำให้เราเจ็บป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษได้ โดยอาการส่วนใหญ่ที่เกิดจากอาหารเป็นพิษได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว เป็นต้น ซึ่งหากมีอาการถ่ายบ่อย หรือถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ หรือถ่ายบ่อย อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสโลหิตก็ได้ ดังนั้น การป้องกันโรคอาการเป็นพิษจึงเป็นอีกสิ่งที่นักเดินทางต้องตระหนัก เพราะเมื่อไหร่ที่มีอาการแล้ว การเที่ยวเพื่อหนีร้อนในวันหยุดอาจจะหมดสนุกก็ได้

วิธีป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ

  1. เลือกอาหารที่ผ่านการเตรียมเป็นอย่างดี
  2. ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน
  3. ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ
  4. ระมัดระวังอาหารที่ปรุงสุกแล้วอย่าให้มีการปนเปื้อน
  5. อาหารที่ค้างมื้อต้องอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน
  6. แยกอาหารดิบและอาหารสุก ให้ระมัดระวังการปนเปื้อน
  7. ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร โดยเฉพาะหลังจากเข้าห้องน้ำ
  8. ให้พิถีพิถันเรื่องความสะอาดของพื้นที่การปรุงอาหาร
  9. เก็บอาหารให้ปลอดภัยจากแมลง หนู หรือสัตว์อื่น ๆ
  10. ใช้น้ำสะอาดในการปรุงอาหาร

อาหารเป็นพิษ โรคฮิตนักเดินทาง thaihealth

แล้วจะทำยังไง ถ้ามีอาการอาหารเป็นพิษเมื่อไปเที่ยว? เพราะในบางครั้งเราอาจหลงลืม หรือพลาดกันได้ และยามที่ไปท่องเที่ยวในที่ห่างไกลชุมชน ทำให้ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือดูแลรักษาตนเองตามอาการ โดยสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการรักษาโรคอาหารเป็นพิษมักจะรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น หากผู้ป่วยยังพอรับประทานอาหารได้ ควรดื่มน้ำเปล่า และจิบน้ำผสมผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย แต่หากมีอาการอาเจียน ถ่ายเป็นมูกเลือดหรือถ่ายเป็นน้ำและมีไข้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามผงเกลือแร่ (ORS) เป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่ควรมีติดเอาไว้ในกล่องปฐมพยาบาล


เกร็ดความรู้

โดยทั่วไปเกลือแร่ในท้องตลาดมีอยู่ 2 ประเภท คือ เกลือแร่สำหรับคนที่ท้องเสีย (Oral Rehydration Salt หรือ ORS) กับเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย (Oral Rehydration Therapy หรือ ORT)

เกลือแร่สำหรับคนท้องเสีย จะเป็นชนิดผงน้ำตาลเกลือแร่หรือที่เรียกว่าผงโออาร์เอส (ORS) การเสียน้ำจากอาการท้องเสีย เป็นภาวะที่ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ในทันที เพราะฉะนั้นร่างกายของเราจึงต้องการน้ำและเกลือแร่มาทดแทน ซึ่งแตกต่างจากการเสียน้ำหรือเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย ซึ่งเครื่องดื่มเกลือแร่ก็จัดเป็นอาหารในหมวดเครื่องดื่ม มีสัดส่วนของเกลือแร่และน้ำตาลไม่เท่ากับโออาร์เอส และใช้ชดเชยน้ำและเกลือแร่หลังการออกกำลังกายเท่านั้น


อาหารเป็นพิษ โรคฮิตนักเดินทาง thaihealth

นอกจากการดูแลรักษาตัวเองและการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษแล้ว นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค ยังได้เตือน 10 เมนูที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษได้แก่  

  1. ลาบ/ก้อยดิบ
  2. ยำกุ้งเต้น
  3. ยำหอยแครง/ยำทะเล
  4. ข้าวผัดโรยเนื้อปู
  5. อาหาร หรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด
  6. ขนมจีน
  7. ข้าวมันไก่
  8. ส้มตำ
  9. สลัดผัก
  10. น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน

ไม่ใช่ว่าห้ามรับประทาน แต่เมนูอาหารเหล่านี้ควรรับประทานเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และขอให้หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงยึดหลัก ‘กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ’ เพื่อป้องกันอาการของโรคอาหารเป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

อาหารเป็นพิษ โรคฮิตนักเดินทาง thaihealth

แม้ว่าจะไม่ได้ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แต่การเข้าสู่ฤดูหนาวที่อาจจะไม่ได้ทำให้เราหนาวเหน็บ แต่อากาศที่ร้อนสลับหนาว รวมถึงความเย็นในยามค่ำคืนก็อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ดังนั้นการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ จะช่วยทำให้เราสามารถต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่ง

ที่มา : thaihealth.or.th

โพสต์เมื่อ :
2561-11-26
 54
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์